วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

HCI (Human Computer Interaction OR Interface)

1.Introduction

การออกแบบระบบปฏิสัมพันธ์ หรือระบบการติดต่อระหว่างผู้ใช้งานระบบและระบบงานทางคอมพิวเตอร์เป็นส่วนที่ต้องอาศัยจินตนาการในเรื่องการดำเนินงานอย่างมากเพราะต้องคิดเผื่อว่า ระบบนั้นได้ดำเนินงานเสร็จสิ้นไปแล้ว และจะมีวิธีการใดที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบสามารถทำความเข้าใจกับระบบได้โดยง่าย

ในยุคแรกการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์อยู่ในวงจำกัด เฉพาะผู้เชี่ยวชายและมีความรู้เกี่ยวกับระบบเท่านั้น ดังนั้นการออกแบระบบการติดต่อจึงมีพื้นฐานการออกแบบโดยมีสมมุติฐานอยู่ที่ผู้ใช้งานระบบว่ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานดีอยู่ก่อน ต่อมาการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์แพร่หลายสู่ผู้ใช้งานทั่วไปเนื่องจากความก้านหน้าในการผลิต การพัฒนาระบบให้มีความหลากหลาย การออกแบบส่วนของการติดต่อกับระบบจึงได้มีการนำความรู้จากหลายสาขามาประยุกต์

การนำความรู้จากหลายสาขามาประยุกต์

•ความรู้ด้านจิตวิทยา
•ด้านการเรียนรู้
•ด้านการออกแบบภาพกราฟิก
•ด้านสถาปัตยกรรมข้อมูล
•ด้านสังคม
•ฯลฯ
การออกแบบส่วนการติดต่อกับผู้ใช้ จัดเป็นส่วนสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ ถึงขั้นทำการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา มีการร่วมมือกันพัฒนาระบบ และการร่วมทุนทางธุรกิจหลายบริษัท

•รูปแบบการเชื่อมต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดวิธีการใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจหลายประเภท การออกแบบระบบการเชื่อมต่อสำคัญ
•การปฏิบัติงานส่วนบุคคล การออกแบบส่วนการติดต่อกับผู้ใช้ที่ดีมีส่วนช่วยให้การปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพเช่น นักบินขับเครื่องบินได้ปลอดภัยขึ้นหากระบบควบคุมการบินได้ถูกออกแบบดี ถ้าการออกแบบระบบงานไม่ดีผู้ใช้งานอาจเกิดความสับสนได้ส่งผลให้ผลงานไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
•งานด้านการออกแบบส่วนการติดต่อกับผู้ใช้ เริ่มมีการวิจัย และดำเนินงานอย่างแพร่หลาย ประโยชน์จากการออกแบบส่วนของเมนูการใช้งานหรือการติดต่อที่มีประสิทธิภาพได้แก่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ด้านประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้ใช้และจดจำได้ง่าย เช่นการใช้ภาพสัญลักษณ์แทนคำสั่ง


ประโยชน์จากการออกแบบส่วนของเมนูการใช้งานหรือการติดต่อที่มีประสิทธิภาพ

- รูปแบบการแสดงผลที่มีประสิทธิภาพย่อมทำให้การนำข้อมูลไปใช้ในระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การออกแบบวิธีการใช้งานเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้งานภายในบ้าน เช่น กล้องถ่ายรูปดิจิตอลเพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

- การใช้งานระบบ www ผ่านทางเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ เช่น www.yahoo.com ที่มีการออกแบบการใช้งานง่าย แยกเป็นหมวดหมู่

- การออกแบบเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานติดต่อซื้อขายสินค้าได้ง่าย เป็นประโยชน์ต่อองค์กรธุรกิจ เช่น www.amazon.com



การออกแบบส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความรู้จากหลายสาขาวิชา:-

- การเขียนคำบรรยาย มีงานวิจัยจากวงการศึกษาและ อุตสาหกรรมได้พัฒนาระบบการอธิบายเกี่ยวกับฟังก์ชัน หรือคำสั่งในการทำงาน การออกแบบรูปแบบของการ คาดการณ์เกี่ยวกับการใช้งานระบบ การออกแบบคำแนะนำการใช้งาน ตลอดจนการออกแบบส่วนให้ความช่วยเหลือ



- ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกแบบ เช่นทฤษฎี การเคลื่อนไหว การรับรู้ การจดจำ

- การคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคม การประหยัด

ทรัพยากรด้านข้อมูล เวลา การออกแบบควรคำนึงถึงจริยธรรมการใช้งาน ซึ่งจัดเป็น ความสำคัญยิ่งต่อแนวความคิดในการออกแบบระบบ

- ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการออกแบบ เช่น การใช้ระบบเสียง ภาพ 3 มิติ ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง ทั้งเนื้อหาข้อมูล เช่น รูปแบบการนำเสนอวีดีโอข่าวของ www.yahoo.com

- วิธีการสมัยใหม่ โดยแสดงผลลักษณะเสมือนจริง ทั้งแสดงผลระยะไกล ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความพอใจ

การใช้งานแก่ผู้ใช้ เช่น MS-Power Point ผู้ใช้เลือกรูปแบบการนำเสนอตามต้องการได้



2 ความต้องการทางด้านการใช้งานระบบ (Usability Requirements)

•จุดมุ่งหมายของผู้ออกแบบระบบคือ
- การออกแบบระบบที่ใช้งานได้จริง (Usability)

- มีความเป็นสากล (Universality)

- มีอรรถประโยชน์ (Usefulness)

ซึ่งการออกแบบต้องมีการวางแผนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด วิเคราะห์ให้ครอบคลุมรวมทั้งการทดสอบก่อนการใช้จริง

•องค์ประกอบสำคัญ ที่ช่วยให้การออกแบบส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ประสบความสำเร็จมี 4
1. ฝ่ายบริหาร (Manager) สำคัญในการคัดเลือกบุคลากรที่ดำเนินการออกแบบ กำหนดระยะเวลา และกรอบแนวทางการทำงานที่เหมาะสม การสร้างเอกสาร คู่มือการปฏิบัติงาน รวมถึงการควบคุมในเรื่องการทดสอบระบบให้มีความถูกต้อง เหมาะสม

2. ผู้ออกแบบระบบ (Designer) มีหน้าที่ออกแบบระบบที่เหมาะสม

3. เครื่องมือช่วยในการออกแบบส่วนของการใช้งาน User-Interface Building Tools) ซึ่งช่วยให้ออกแบบ
รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. วิธีการประเมินผล (Evaluation) จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกระบบที่ออกแบบได้ตรงตามเงื่อนไข และความ ต้องการมากที่สุด

หลักของการออกแบบที่เรียกว่า เป็นมิตรกับผู้ใช้ (User Friendliness) มีความหมายมากกว่าการใช้งานที่ง่าย และการตอบสนองต่อทุกความต้องการของผู้ใช้ ต้องเข้าใจลักษณะการทำงานที่หลากหลายของผู้ใช้งานระบบ และอำนวยความสะดวกการใช้งานด้านเวลา และงบประมาณ

ระบบที่มีประสิทธิภาพต้องให้ความรู้สึกดีต่อการใช้งาน ให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามีพัฒนาการสูง มีความสามารถควบคุมระบบ เข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานระบบ ไม่สับสนในรูปแบบการใช้งานจากการเลือกคำสั่งในการทำงานต่าง ๆ

การออกแบบระบบการโต้ตอบกับผู้ใช้ที่ประสบความสำเร็จ ต้องทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้ใช้งานระบบการเชื่อมต่อนั้น แต่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือคำสั่งในการทำงานได้เลย เช่น ในการใช้งานระบบการเปิดข้อมูลจากเว็บไซต์ของ IE ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงการใช้งานของ IE แต่กลับมุ่งความสนใจไปยังข้อมูลในเว็บไซต์ที่เรียกขึ้นมา คือเกือบไม่ได้สังเกตว่ากำลังใช้งาน IE ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบมากระบบหนึ่ง

กระทรวงกลาโหมสหรัฐมีการสร้างมาตรฐานการออกแบบส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ (Human Engineering Design Criteria 1999) โดยมีวัตถุประสงค์ของการออกแบบระบบที่ดีดังนี้

1. ผู้เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้ใช้งานระบบ ผู้ควบคุม และผู้บำรุงรักษาระบบต้องสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ช่วยลดระยะเวลาในการฝึกอบรมเรื่องทักษะการใช้งานระบบ

3. หากระบบมีการออกแบบที่ดีจะช่วยสร้างมาตรฐาน และความน่าเชื่อถือของ อุปกรณ์ และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

4. สนับสนุนการออกแบบที่เป็นมาตรฐานสำหรับทุกระบบที่เกี่ยวข้องในองค์กร

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ข้างต้นก็ยังมีความขัดแย้งในการนำไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ คือต้องให้บรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดคือการสร้างความพึงพอใจและความรื่นรมย์ในการทำงานให้แก่ผู้ใช้ระบบ ซึ่งย่อมแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมประเพณีจึงต้องมีการวิเคราะห์ความต้องการ (Requirement Analysis)



การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirement Analysis)

ระบบต้องออกแบบตามความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ (Ascertain the User's Needs) โดยการวิเคราะห์ประเภทของการทำงานดังนี้

- งานประจำวัน (Frequent Tasks) เป็นส่วนที่กำหนดได้ง่ายที่สุด เพราะผู้ใช้จะทราบรายละเอียดการทำงานส่วนนี้ได้ดี เช่น การบันทึกผลผลิต การบันทึกการขายประจำวัน

การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirement Analysis) (ต่อ)

- งานที่ทำเป็นบางโอกาส (Occasional Tasks) เช่น ตามสถานการณ์หรือตามความต้องการอื่น ๆ เช่น การออกรายงานสรุปยอดขาย การทำรายงานการตรวจสอบสถานะของสินค้าที่ถึงจุดซื้อซ้ำ

- งานที่ต้องทำในกรณียกเว้นการปฏิบัติงาน (Exceptional Tasks) เช่น ในกรณีของเหตุการณ์ฉุกเฉิน การนำข้อมูลสำรองมาใช้ในการปฏิบัติงาน

- งานซ่อมบำรุงระบบ (Repair Tasks) เช่นการแก้ไขข้อผิดพลาดในการทำงานของโปรแกรม หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน



3 มาตรการในการตรวจวัดความสามารถในการใช้งานของระบบ (Usability Measures)

•ก่อนการออกแบบระบบควรตรวจสอบกลุ่มผู้ใช้งานระบบว่ามีใครบ้าง ลักษณะงานที่ผู้ใช้ต้องการ ควรออกแบบระบบให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้ เช่นการออกแบบระบบการค้นหาข้อมูลของ www.google.com เป็นเมนูการค้นหาข้อมูลอย่างง่าย ผู้ใช้ไม่ชำนาญก็สามารถใช้งานได้ไม่อยาก หรือต้องการค้นหาที่มีเงื่อนไขซับซ้อนก็ค้นได้ตามต้องการ
•ส่วนประกอบสำคัญ 5 ประการในการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นสำคัญได้แก่
1. ระยะเวลาในการเรียนรู้ (Time to Learn) พิจารณาจากระยะเวลาที่ผู้ใช้งานใช้ระบบ ความต้องการต่อการฝึกอบรมการใช้งานหรือเรียนรู้การใช้งานระบบ

2. ความรวดเร็วในการประมวลผล (Speed of Performance) โดยเปรียบเทียบความเร็วมาตรฐานของการประมวลผลข้อมูล

3. อัตราความผิดพลาดจากการใช้งาน (Rate of Errors) โดยคำนวณจากจำนวนครั้งที่เกิดความผิดพลาดจากการทดสอบระบบก่อนใช้งาน

4. การเรียนรู้ (Retention Over Time) ผู้ใช้จดจำการใช้ง่ายหากใช้งานบ่อยครั้ง ออกแบบเข้าใจง่าย

5. การวัดความพึงพอใจของผู้ใช้ (Subjective Satisfaction) วัดความพอใจเช่น ให้ผู้ใช้แสดงความเห็นเกี่ยวกับระบบงานได้อิสระ

ในการออกแบบควรมีการสร้างหลายรูปแบบ โดยผู้ออกแบบและผู้ใช้งานระบบร่วมกันพิจารณาเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้มากที่สุด



4 แรงจูงใจด้านการใช้งานระบบ(Usability Motivations)

•ความล้มเหลวในการออกแบบระบบ มีให้เห็นมาก ดังนั้นการออกแบบระบบที่ดีต้องคำนึงถึงความมุ่งหมายของการนำระบบไปใช้งาน โดยแยกประเภทของระบบตามวัตถุประสงค์เฉพาะของการใช้งานดังนี้
1. ระบบที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน (Life Critical System) เช่น ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control) ระบบควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ ระบบแจ้งเตือนภัยจราจร ซึ่งระบบเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายสูงในการดำเนินงาน เพราะต้องมีความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ

2. ระบบงานทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม (Industrial and Commercial Use) เช่น ระบบธนาคารใช้ระบบง่าย รวดเร็ว ปริมาณมาก

3. ระบบงานทั่วไปในสำนักงาน บ้านที่อยู่อาศัย และการพักผ่อน (Office, home and entertainment applications) เช่น e-mail, game จะเรียนรู้ง่าย อัตราการผิดพลาดต่ำ ระบบเชิงเพื่อธุรกิจ ใช้งานเป็นครั้งคราว ราคาถูก

4. ระบบการสำรวจข้อมูล สร้างข้อมูลและระบบในการประสานข้อมูล (Exploratory, creative and cooperative systems) เช่นระบบการเรียกดูข้อมูลผ่านเว็บ (Web Browsing) เป็นลักษณะระบบที่ใช้ร่วมกันหลายคน

5. ระบบที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานทางสังคมหรือสำหรับกลุ่มคนจำนวนมาก (Social technical Systems) เป็นระบบที่ซับซ้อนเช่น ระบบรายงานข้อมูลด้านอาชญากรรม จึงควรมีความน่าเชื่อถือสูง



5 การใช้งานที่เป็นสากล (Universal Usability)

•มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมานุษยวิทยา ในเรื่องมานุษยมิติ (Anthropometry) ซึ่งเน้นความแตกต่างของบุคคล จึงควรออกแบบระบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ควรออกแบบจากความต่างของบุคคลดังนี้
- สรีระร่างกายเช่น การเอื้อม พลังกาย ความเร็วที่ต้องการ

- ความสว่างของหน้าจอในการแสดงผล

- การรับรู้ของผู้ใช้แต่ละคนเช่น ตาบอดสี

- การสัมผัส - การได้ยิน - การรับรู้



•การจำแนกกระบวนการทางปัญญา (Cognitive Processes) ดังนี้
1. ความจำระยะยาว (Long-term and semantic memory) เป็นการจำที่เก็บได้ไม่จำกัดจำนวนและระยะเวลา

2. ความจำระยะสั้น (Short-term and working memory)เก็บข้อมูลแต่ละครั้งได้ระยะเวลาสั้น หากไม่ทวนซ้ำ ๆ

3. การแก้ปัญหาและการหาเหตุผล (Problem solving and reasoning) ใช้ข้อมูลที่มีเดิมมาใช้

4. การตัดสินใจและการเสี่ยง (Decision making and risk assessment)

5. ความสามารถทางภาษาและการสื่อสาร (Language communication and comprehension)

6. การรับรู้ที่คงอยู่ชั่วขณะ (Sensory Memory)การค้นหาข้อมูล สร้างจินตนาการ

7. ความสามารถในการเรียนรู้และการเพิ่มทักษะ

•การใช้งานระบบทางคอมพิวเตอร์ มีส่วนกับการเรียนรู้มากซึ่งหมายถึงประสบการณ์ ความชำนาญในที่เกี่ยวข้อง
- การออกแบบเกี่ยวกับสถานที่ในการปฏิบัติงาน ย่อมส่งผลต่อการทำงาน ก่อให้เกิดความรื่นรมย์ ซึ่งได้มีการกำหนดหัวข้อ มาตรฐานการออกแบบสถานที่ในการปฏิบัติงาน ที่เรียกว่า วิศวกรรมมนุษยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานทางระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีหัวข้อดังนี้

•มาตรฐานการออกแบบสถานที่ในการปฏิบัติงาน ที่เรียกว่า วิศวกรรมมนุษยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานทางระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีหัวข้อดังนี้
1.พื้นที่ในการปฏิบัติงาน ปรับระดับสูง-ต่ำ

2.พื้นที่ว่างสำหรับวางขาใต้โต๊ะ

3.ความกว้าง ลึก สูง ของพื้นที่

4. การปรับความสูง มุมของเก้าอี้

5. ท่าทางการนั่ง พิงหลัง การทรงตัว

6. มีที่พักแขน พักเท้า วางฝ่ามือ



6 เป้าหมายในการพัฒนาเรื่องการออกแบบระบบ (Goals for Profession)

•ได้มีการตั้งเป้าหมาย 3 ประการเพื่อพัฒนาลักษณะการออกแบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้แก่
1. การทำงานวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้องดังนี้

ลดภาวะความเครียดในการใช้งานระบบฯ

การค้นหา ทำระบบช่วยเหลือ

2. การจัดเตรียมเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการนำระบบไปใช้งาน

3. การทำให้สังคมตระหนักถึงความง่ายในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ขจัดความกลัวในการใช้งาน

User Interface Design หลักเบื้องต้นในการออกแบบ User-centered

•เข้าใจถึงการทำงานหลักของธุรกิจ
•นำกราฟิกมาช่วยในการใช้งาน
•ทราบถึงลักษณะของผู้ใช้งานระบบ
•เวลาออกแบบคิดเสมือนว่าเป็นผู้ใช้งาน
•นำ prototype มาช่วย
•ออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ด้วยความเข้าใจ
•แก้ไขอย่างต่อเนื่อง (ติดตามผลการใช้งาน)
•จัดทำเอกสารประกอบในส่วนการออกแบบ interface

ที่มา:http://tikkydance.exteen.com/hci-1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น